สรุปภาพรวมที่น่าสนใจจากงานสุดยิ่งใหญ่ที่เป็นการรวมตัวของนักการตลาดทั้งหลายในงาน Thailand Zocial Awards 2020 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา โดยมี Social Media Platform ใหญ่ๆ เข้าร่วมเพื่อเผยถึง Performance ในปีก่อนหน้าและสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อให้ Marketer ใช้เป็นเครื่องมือในการวางกลยุทธ์ด้านการสื่อสารกับผู้บริโภค

 Wisesight : The SHIFT of Consumer Insight

สรุปสถิติการใช้งานโซเชียลมีเดียของปีที่ผ่านมา โดยคุณกล้า ตั้งสุวรรณ CEO Wisesight ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจ
ในคอนเซ็ปต์ 5 SHIFT + 1 SHIT ดังนี้
#SHIFT 1 Conversation Shift
จำนวนผู้ใช้ Social Media คงที่ แต่มีปริมาณการใช้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จำนวนข้อความบนโลกโซเชียลตลอดปี 2019 ที่สูงถึง 7.2 พันล้านข้อความ สูงขึ้นจากปีก่อน 36% ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ที่ 74% เท่ากับปี2019
#SHIFT 2 P90
Wisesight ได้เผยค่า P90 หรือค่ากลางเพื่อเป็น Benchmark สำหรับการวัด engagement โดยมาจาก Content Performance ที่ได้รับ engagement สูงกว่าคอนเทนท์อีก 90% ที่เหลือ เปรียบเทียบในแต่ละ industry และแต่ละ Platform ทั้งนี้ค่า P90 แยกตามแต่ละแพลตฟอร์มเป็นดังนี้
– Facebook = 1,297 Engagements
– Twitter = 201 Engagements
– Instagram = 938 Engagements
บน YouTube ค่า engagement ไม่สำคัญเท่ายอด View ซึ่ง P90 บน YouTube คือ 630,499 views
#SHIFT 3 Multi-Categories Influencers
จากข้อมูล Wisesight 97% ของ Influencer มีการนำเสนอเนื้อหาข้ามหมวดอย่างน้อย 2 หมวด (Influencing boundary is blurred) โดยมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงมากๆ ระหว่างคอนเทนท์ของ Influencer ประเภทอาหาร-ท่องเที่ยว/ อาหาร-บิวตี้ /อาหารสุขภาพ-ออกกำลังกาย / อาหาร-cooking ดังนั้น การเลือก influencer อาจจะไม่ได้มี category แบบเฉพาะ แต่แนะนำให้หาความเชื่อมโยงในเชิงคอนเทนท์ที่เหมาะกับแบรนด์เป็นหลัก
#SHIFT 4 ลูกทุ่ง Rocks!
เพลงลูกทุ่งในปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างมาก โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้
–  12 ใน 20 อันดับเพลงที่ได้รับความนิยมและมียอด View สูงสุด คือ เพลงลูกทุ่ง
– Performance ของเพลงลูกทุ่งได้รับจำนวนรับชม (View) มากกว่าแนวอื่นมากถึง 12%
– การ Featuring ระหว่างศิลปินแนวเพลงอื่นๆ กับศิลปินเพลงลูงทุ่ง จะสามารถเพิ่มยอดวิวได้สูงถึง 480%
#SHIFT 5  Social Media (Shit) กว่าที่คิด
ในปีที่ผ่านมา พบข้อมูลด้านดาร์ก ๆ เกิดขึ้น บน Social media อย่างน่าตกใจใน 3 ประเด็น ดังต่อไปนี้
– พบข้อความเกี่ยวกับการพนันมากถึง 120,000 ข้อความ
– มีข้อความเกี่ยวกับการ Bully หรือการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์มากถึง 775,000 ข้อความ
– มีข้อความเกี่ยวกับขายบริการอย่างเปิดเผย มากถึง 1.3 ล้านข้อความ!
#SHIFT 6  Benchmark Measurement & Computation Inside
เครื่องมือหลักๆ ของหัวข้อนี้คือ Social listening ทำหน้าที่ได้ 2 อย่างคือ
1) วัดผลด้วยค่ากลาง (Benchmark Measurement)
ประกอบไปด้วย Zocial Metric, Influencer Rating และ Industry Benchmark และการวัดผลยังคงต้องใช้ Inside ที่ตรงจุดเพื่อวิเคราะห์ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ
2) Computation Inside หรือ Human Base Inside คือการใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์ให้เข้าใจในรูปแบบมนุษย์มากขึ้น
ซึ่ง Social listening สามารถทำงานได้ใน 3 รูปแบบ ซึ่งยก Case study เป็นลุงขายอาหารตามสั่ง
-Dynamic market (ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว)
หากมีลูกค้ารู้สึกไม่ชอบกับข้าวลุง อาจจะไม่บอกกับลุงโดยตรง แต่ไปสื่อสารบน Social network และย้ายไปกินร้านป้าข้างๆ แทน มีกรณีศึกษาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกความจริง คือกรณี พะยูนมาเรียม ซึ่งพอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทำให้สังคมเริ่มตระหนักถึงพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม หันมาลดพลาสสติกพร้อมใช้ถุงผ้าแทน
-Holistic view (เห็นภาพกว้างขึ้น)
เมื่อมองในมุมกว้างลุงสามารถรู้ได้ว่าแถวร้านลุง มีร้านไหนที่น่าสนใจ ขายอะไร? รวมไปถึงรู้คู่แข่งในย่านเดียวกันอีกด้วย เพื่อลุงจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และพัฒนาร้านให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น
-Ai power (Artificial Intelligence)
เครื่องมือนี้จะช่วงให้ลุงรู้ถึงข้อมูลในเชิงลึก สามารถจัดลำดับความสัมพันธ์ รวมไปถึงกลุ่มสังคมต่างๆ (ซึ่งรูปที่ Wisesight นำเสนอ เป็นเหมือนกราฟความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแต่จะพิจารณาได้ว่าใครมีความเกี่ยงข้องกันด้านใดบ้าง คล้ายๆ กับทาง (Multi-Categories Influencers)  โดยสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ว่า ต้องมีใครมากินร้านของลุงเพื่อช่วยให้ยอดขายดีขึ้นบ้าง หรือหาวิธีให้เกิดคนที่เข้ามาในร้านเพิ่มมากขึ้น

Facebook
ในปีที่ผ่านจำนวนผู้ใช้งานเฟสบุ๊คเพิ่มขึ้น โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจได้แก่
– 57 ล้านผู้ใช้งาน มีการเข้าถึงเฟสบุ๊คในทุกๆเดือน
– 41 ล้านผู้ใช้งาน มีการเข้าถึงเฟสบุ๊คในทุกๆวัน
– 56 ล้านผู้ใช้งาน มีการเข้าถึงเฟสบุ๊คผ่านโทรศัพท์มือถือในทุกๆเดือน
– Users ทั้งประเทศใช้เฟสบุ๊ค ไม่ใช่แค่ในเมืองเท่านั้น และเข้าใจการใช้งานแต่ละฟีเจอร์มากขึ้น
3 Features ของ Facebook ที่จะมาแรงในปีนี้ ในการทำการตลาดและสร้างแบรนด์ ได้แก่  Stories, Messenger, และ Video
Story
– 1,000 ล้าน Stories ที่ถูกแชร์ทั่วโลกในทุกๆวัน!
– Stories มีคู่ Platform ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, WhatsApp หรือ Messenger
– ผู้บริโภคชื่นชอบ Stories เพราะสามารถเพิ่ม creativity ได้ง่าย สนุกสนาน รวมไปถึง interaction กับเพื่อนหรือครอบครัว
– ปัจจุบันมีธุรกิจกว่าสามล้านธุรกิจ ที่ใช้โฆษณาใน Stories รวมไปถึงใช้เพื่อสื่อสารด้วย
– Stories ไม่ได้สร้างแค่ awareness และความสนใจ แต่ยังทำให้เกิด action
สถิติเกี่ยวกับ Stories
– 84% สนใจแบรนด์และสินค้ามากขึ้น หลังจากเห็น Stories
– 63% ค้นหาข้อมูลที่เว็บไซต์แบรนด์มากขึ้น หลังจากเห็น Stories
– 60% ไปที่หน้าร้านเพื่อซื้อสินค้าและใช้บริการมากขึ้น หลังจากเห็น Stories
– สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stories เพื่อธุรกิจได้ที่ storiescandoit.com
Messenger
– ยุคของ Conversation จากการสำรวจพบว่ามากว่า 70% มีการใช้ Messenger
– คนไทยใช้ Messaging ในการสื่อสารกับภายในคนสังคมคนรู้จัก รวมไปถึงการซื้อขายด้วย
– 40% ของคนไทยสามารถปิดการขาย (Complete a whole transaction) ด้วยการใช้ Messenger
– มีเทรนด์ Conversational Commerce หรือการซื้อขายผ่านทาง Messaging
– รูปแบบของธุรกิจในการติดต่อสื่อสารผ่านทาง messaging เช่น Click-to-Messenger Ads, Messenger Chat bots และ Sponsored Message
– ตัวอย่าง Success Story ของ Generali Thailand ในการใช้ Messenger ให้บริการลูกค้า ซึ่งพบว่ามี Performanceที่ดีขึ้นถึง2เท่า ทั้งด้านปริมาณการให้บริการ และจำนวนการขาย
Video: All time video
– Facebook Watch ไม่ใช่วิดีโอแบบรับชมอย่างเดียวเสมอ แต่คนชมสามารถ interact ได้ด้วย
– ปัจจุบันมีผู้ชม Facebook Watch ทั่วโลกมากกว่า 720 ล้านคนต่อเดือน และ 140 ล้านคนต่อวัน
Feature Facebook video
– Community มีคนที่สนใจและพูดคุยเรื่องเดียวกัน มี Interactivity กับคอนเทนต์นั้นๆ
– Watch party การที่เราทำอะไรต่างๆ แล้วแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน
– Facebook Watch สามารถสร้าง Polls Watch ได้ด้วย (Social Viewing)


Twitter
– ทวิตเตอร์ถือว่าเป็นผู้นำในเรื่องของ Conversation ในปี 2019 โดยมี 1.4พันล้านบทสนทนาเกิดขึ้นบนทวิตเตอร์ในประเทศไทย
– ในปีที่ผ่านมาพบว่ามี Conversation เกี่ยวข้องกับสังคมมากขึ้น ไม่ใช่แค่ติ่งเกาหลี แต่ตอนนี้มีพูดคุยด้านสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือสังคม เช่น ช่วยน้ำท่วม #SaveUbon การเมือง และมี User ที่เป็นวัยทำงานเพิ่มขึ้น
– ในด้านการตลาดนั้น พบว่ามีหลายแบรนด์ เริ่มออกมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับคนใน Twitter มากขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายให้ส่วนรวมได้ประโยชน์ เป็น purpose marketing* เช่น Dove สนับสนุนให้ผู้หญิงรู้สึกสวยจากภายในสู่ภายนอก หรือ แบรนด์ซุปไก่ จัดกิจกรรม summer camp โดยใช้แฮชแทก #มหาลัยมาหาอะไร
– Twitter คือช่องทางที่เหมาะสำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ ยกตัวอย่างเช่น #Frozen2 ที่มีการโปรโมทผ่านทวิตเตอร์นั้น พบว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังนี้ +113% higher ad recall,  +67% more likely to use the brand in the future, and +18% more likely to consider the brand
– ฟีเจอร์ Promoted Trend Spotlight ช่วยให้คนจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น 113%
– เทคนิคการสื่อสารกับลูกค้าผ่านทวิตเตอร์ คือ Don’t Talk at them, Talk with them
*purpose marketing เป็นการทำเพื่อเป้าประสงค์บางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวสินค้า ซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะคนใน Twitter มีความรู้สึกร่วมแล้วจะได้แชร์ ซึ่งทำให้แบรนด์ได้ earned media เยอะกว่าซื้อโฆษณา

Google
– Youtube เป็นแหล่งข้อมูลหรือ search engine โดยเฉพาะด้าน finance เติบโตขึ้นประมาณ 4-5เท่า
– Digital penetration ใน living room โตขึ้นมหาศาล เป็น Multi-screen behavior
– 15% ของคำ search บน google เป็นคำที่คนไม่เคย search มาก่อน
– AI / Machine learning ใน google จะช่วยให้ทำการตลาดง่ายมากขึ้น โดยจะมี solution selling ที่จะช่วยรวบรวม products ต่างๆ ของ google (เช่น GDN , SEM, YouTube Ads) มาอยู่รวมกัน ซื้อพร้อมกัน optimize พร้อมกันได้เลย
– เทรนด์การใช้ในตจว. เติบโตอย่างเห็นได้ชัด ประมาณ70% เพลงลูกทุ่งเติบโตมาก เป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง
– ปีนี้จะ shift- anticipate what matter ตามหา audiences ว่าเขาอยู่ที่ไหน
1.) Contextual mkt รู้ context แล้วเราเข้าไปอยู่ที่นั่น 2) automation 3) AI& ML

Line
สรุป Features ที่น่าสนใจของ Line ดังต่อไปนี้
Line Official Account (OA) มีอัตราการเติบโตจากปี 2015-2019 CAGR 110% หรือมีจำนวนผู้ใช้งาน 3ล้านบัญชีรายชื่อ
Line Ads Platform (LAP) เติบโต 150% หลังจากเปิดตัวแค่ 1ปีครึ่งเท่านั้น ซึ่ง LAP นี้จะช่วยให้เจ้าของบัญชีสามารถซื้อโฆษณาแบบ Gain Friends (เพิ่มเพื่อน)ได้ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจโตเร็วมาก เพราะสามารถเพิ่มเพื่อนเพื่อปิดการขายได้ เลยเล็งเห็นว่าการเพิ่มเพื่อน = โอกาส อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ และ complete journey และต่อไปนี้Blocked users จะสามารถ target คนกลุ่มนี้ได้ใน LAP
MyShop จะช่วยให้ผู้ซื้อผู้ขายสะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถบริหารจัดการร้านค้าได้เองอย่างสะดวก เช่น การเพิ่มรายการสินค้า การเพิ่มรายการโปรด เป็นต้น
Chat Commerce จาก Social commerce กลายมาเป็น Chat commerce ซึ่งการแชทช่วยให้ปิดการขายได้ (คล้ายๆกับกรณี ของ Facebook ที่ให้ Msg ในการปิดการขาย)
– 68% ของผู้บริโภคมีความ Trust ในการได้พูดคุยผ่านไลน์ ว่ามีความปลอดภัย ดังนั้น smartphone ทุกเครื่องจึงมีการลงแอพ Line
– จากสถิติของ LINE พบว่า ประเทศไทย ทุก 100 คนที่ทักเข้ามา โอกาสในการปิดการขายอยู่ที่ 35-40%
สูตรสำเร็จในการใช้ Line Platform เพื่อการตลาดและธุรกิจ ได้แก่
– Multiple OAs ใช้บัญชี Line OA หลายๆบัญชี เพื่อ segment ลูกค้า และสื่อสารได้ตรงตามความสนใจของพวกเขา
– Gain Friends on LAP สามารถซื้อ Ads เพื่อเพิ่มเพื่อนได้เองเลย
– Rich Menu broadcast with CTA Msg สื่อสารผ่าน Custom Audience ได้เอง
– 1:1 Chat เหมือนมี CRM Team
Line TV
– ช่วงเวลาการการชม Line TV มากที่สุดมี 3ช่วงดังนี้ 1)12.00-14.00น. ระหว่างพักกลางวัน 2) 15.00-18.00น. หลังเลิกเรียน ทำงานกับเพื่อน และ 3) 20.00-22.00น. อยู่กับครอบครัวที่บ้าน
– สัดส่วนคอนเท้นท์ที่รับชมผ่าน Line TV ได้แก่ 75% คือละครทีวี และ 15% คือรายการบันเทิง
Line Today
– มีผู้อ่านประมาณ 36ล้านคนต่อเดือน
– การอ่านบทความทางออนไลน์นั้นพบทุกช่วงอายุเลย (no age limit) ทั้งนี้พบว่ามีผู้อ่านที่อายุมากกว่า 45ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง45%
– พฤติกรรมการอ่านบนสื่อดิจิทัลกำลังเป็นที่นิยม จากการสำรวจพบว่าคนไทยอ่านหนังสือคนละกว่า 36,000บรรทัด/ปี
หรือทียบเท่ากับการอ่านหนังสือ 9เล่ม
– เนื้อหาที่คนชอบอ่านมากที่สุดสามอันดับแรก คือ 1) ข่าว 2) บันเทิง และ 3) ดูดวง

Pantip
ในปีที่ผ่านมานั้น เทรนด์ที่เกิดขึ้นในพันทิป
– มุมองด้านผู้ใช้งาน: ประเด็นที่คนเขียนกระทู้และมีการอ่านเยอะคือ 1.ฝุ่น pm2.5  2.ตกงานทำไงดี ซึ่งสะท้อนภาพของสังคมไทยในช่วงนั้นๆว่าประชาชนให้ความสนใจและกังวลในเรื่องใด
– มุมมองด้านแบรนด์: มีการทำ content marketing บนพันทิปและได้ผลมากขึ้น เช่น ร้าน เช่าเสื้อหนาว แต่ต้องรู้จักใช้ให้เป็น เพราะแต่ละแพลตฟอร์มนั้นมีความแตกต่างกันไป
– Pantip เป็นพื้นที่ๆ ทำคอนเทนท์ได้ดีมากให้กับแบรนด์ เช่น โรงแรมแห่งหนึ่งทำ content production เป็น advertorial ได้ผลตอบรับดีมาก
– Comment ads ซึ่งเป็นโฆษณาประเภทหนึ่ง ในรูปแบบของคอมเมนท์ ซึ่งผลตอบกับดีเช่นกัน
– หากแบรนด์ต้องการแจก tester ให้กับผู้บริโภคใน Pantip ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะกลับมารีวิวให้เสมอ
– Quiz game กิจกรรมอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งคนเล่นต้องเข้ามาตอบคำถามหากถูกต้องจะได้รับของรางวัล
– ในปีนี้ Pantip จะมี influencer management service เพื่อสนับสนุนการทำงานของ influencer มากขึ้น
– เนื่องจาก Data is the new oil ดังนั้นต้องรู้จักใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งพันทิปเองก็มีการใช้หลักการ DIKW Pyramid มาปรับใช้กับแพลตฟอร์ม เพื่อพัฒนา customer experience ให้แก่ผู้ใช้งานพันทิปให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
– Data: Know-nothing
– Information: Know-what/when/where/who
– Knowledge: Know-how
-Wisdom : Know-why

TikTok
TikTok เป็นแอพน้องใหม่ที่กำลังมาแรง เนื่องจากเป็นการนำเสนอผ่าน Short-form video ผ่าน Mobile video sharing platform ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้งานไปทั่วโลกแล้ว
– TikTok เป็นแอพพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในเดือนมกราคม 2020 ด้วยยอดติดตั้ง 104.7ล้านครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 46%เมื่อเทียบกับมกราคม 2019
– จุดเด่นของ TikTok คือเป็นการผสานกันอย่างลงตัวและสร้างสรรค์ของ 3 สิ่ง ได้แก่ 1) Mobile, 2) Technology, and 3) Community ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี
– ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ TikTok กลายเป็นแอพที่ได้รับความนิยมได้แก่
–  evolving video technology
– Power of Gen Y and Z
– Influencers taking the lead
– Recommendation based on machine learning

สามารถติดตามบทความและข่าวสาร สำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่โลก Digital ได้ในช่องทางนี้ โดยทีมงาน JIB Digital Consult จะคอยอัพเดตเทรนด์ดิจิทัลที่น่าสนใจ และข้อมูลด้าน Data Analytics ให้อย่างต่อเนื่องครับ